Statement of People Standing Behind the Neo Democracy Movement

In Thailand, fourteen students have been indicted with the Military Court and [are] now detained in the Bangkok Remand Prison simply because they have protested peacefully against the military dictatorship on 22 May this year. We are demanding that they be released unconditionally and their charges dropped.

Rangsiman Rome, Wasant Sadesit, Songtham Kaewpanphruek, Payu Boonsopon, Apiwat Suntararak, Rattapol Supasophon, Supachai Pookhlongploy, Apisit Sapnapaphan, Panupong Sritananuwat, Suvicha Pitungkorn, Pakorn Areekul, Chatupat Boonyapatraksa, Pornchai Yuanyee and Chonticha Chaengreo, among them thirteen male and one female students from universities in Bangkok and Khon Kaen, were pressed with charges relating to the violation of the NCPO orders banning political gathering and the Penal Code’s Article 116 (sedition). If convicted, they could each face up to seven years of imprisonment.

Nonviolence is not a crime. A demand for democracy cannot be criminalized. An act to promote and uphold human rights, community rights and public participation cannot be treated as a threat to national security. A call for justice cannot be rewarded with punishment.

Instead of addressing the gripping economic crisis, instead of getting ready to cope with the spread of fatal MERS virus, the military junta in Thailand led by Prime Minister Prayut Chan-o-cha, who staged a military coup last May, has mobilized resources simply to capture fourteen unarmed students. The Military Court was open even at midnight simply to indict and to order the remand of the student activists. Since after the 2014 coup, orders have been issued to authorize the Military Court to have jurisdiction over cases against civilians. All of the activists who have come out against the military regime have been arrested, indicted or already convicted by the Military Court, which is condemned by international human rights organizations including Amnesty International and Human Rights Watch as lacking independence and failing to ensure the right to fair trial.

The draconian Section 44 of the Interim 2014 Constitution has been lately invoked to replace Martial Law. It has given even more power to the authorities to hold a person in custody arbitrarily and increased a risk of torture and ill-treatment in custody. The law has been used to essentially stifle dissent in Thailand. We feel concerned that the fourteen students who are now detained at least twelve days could face the same brutal treatment.

So we demand that they be released and their charges dropped unconditionally.

แถลงการณ์ของประชาชนผู้อยู่เบื้องหลังขบวนการประชาธิปไตยใหม่

ถ้าการต่อสู้ด้วยสันติวิธีกลายเป็นอาชญากรรม

ถ้าการเรียกร้องประชาธิปไตยกลายเป็นความผิด

ถ้าการสนับสนุนสิทธิมนุษยชน สิทธิชุมชนและการมีส่วนร่วมของประชาชนกลายเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ

ถ้าการเพรียกหาความยุติธรรมกลายเป็นการถูกลงโทษทัณฑ์

ประเทศแบบไหนกันที่รัฐบาลทหารและ คสช.กำลังสร้างทิ้งไว้ให้เรา?

ในขณะที่เศรษฐกิจประเทศกำลังทรุดหนัก ภัยแล้งกำลังสร้างความทุกข์ยากเดือดร้อนทั่วทุกหัวระแหง โรค MERS กำลังเป็นภัยคุกคามใหม่ต่อชีวิตประชาชน รัฐบาลทหารของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชากลับมีเวลาว่างมากพอที่จะระดมกำลังออกมาจับนักศึกษา 14 คน ระบบราชการที่ไม่เคยทำงานเกินสี่โมงเย็นกลับสามารถออกหมายจับหมายค้นนอกเวลา ราชการ แถมยังเปิดศาลทหารพิจารณาคดีตอนสี่ทุ่มได้ราวกับร้านสะดวกซื้อ

นี่ชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลทหารของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาทำงานเพื่อใคร? พวกเขาไม่ได้ทำงานเพื่อประเทศชาติหรือประชาชนอย่างที่พล่ามปาว ๆ แต่ทำงานเพื่อความมั่นคงของตัวเองและตัวเองเท่านั้น

ทั้งที่มีอำนาจล้นฟ้า มีแสนยานุภาพเต็มอัตราศึก มีมาตรา 44 ในกำมือ มีศาลทหารไว้ข่มขู่ประชาชน มีอันธพาลนอกเครื่องแบบคอยทำร้ายคุกคามคนคิดต่าง แต่รัฐบาลทหารก็ยังรู้สึกไม่มั่นคง พวกเขากลัวนักศึกษาที่ทำแค่ชูป้ายผ้า ตัวสั่นเทาเมื่อได้ยินคำว่า “คสช.ออกไป!” ความกลัวของพวกเขาใหญ่กว่าอำนาจและอาวุธในมือเสียอีก

รัฐบาลทหารของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชากลัวการแสดงความคิดเห็นแตกต่าง เพราะพวกเขารู้ตัวดีว่าบริหารประเทศไม่เป็น ไม่มีปัญญาแก้ปัญหาอะไรได้ แต่พวกเขายังดื้อดึงอยู่ต่อไป เพื่อรักษาอำนาจและรักษาผลประโยชน์ของตัวเองไว้ท่ามกลางความฉิบหายของบ้าน เมือง

ถ้าวันนี้เราปล่อยให้รัฐบาลทหารลงโทษนักศึกษาที่ต่อสู้เพื่อประเทศชาติ และประชาชน ต่อไปเราก็ต้องยอมก้มหน้าจำนนอยู่ภายใต้อำนาจบาตรใหญ่ของรัฐบาลเผด็จการโง่ เง่าไร้ประสิทธิภาพ เราจะปล่อยให้อนาคตของตัวเราอยู่ในกำมือของคนเขลาคลั่งอำนาจหรือ? หรือเราจะลุกขึ้นและทวงการกำหนดชะตากรรมของตัวเราคืนกลับมา?

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาเคยกล่าวเองว่า “ไม่มีใครเรียกผม ผมมาเอง” นั่นเท่ากับยอมรับแล้วว่าเขาไม่เคยมีความชอบธรรมในการบริหารประเทศ แต่การจะนั่งรอให้เขาสำนึกได้เองและยอมสละจากอำนาจนั้นคงยากยิ่งกว่าสอนกบ เต้นรำ ประชาชนเท่านั้นที่จะผลักให้เขาลงจากอำนาจได้

อย่าได้วอนขอความเมตตาจากเผด็จการ เพราะนั่นเท่ากับเรายอมรับอำนาจของคนบ้า ประชาชนจงลุกขึ้นและบอกเผด็จการเถิดว่าปล่อยนักศึกษาเดี๋ยวนี้ ปล่อยนักศึกษาออกมาอ่านหนังสือสอบ ออกมาตีปิงปอง ออกมาเล่นเกมส์ฟีฟ่าออนไลน์ ออกมาเปลี่ยนกางเกงใน ออกมาชูป้ายผ้าประชาธิปไตย และออกมาแสดงความคิดเห็นอย่างเสรี

นี่คืออนาคตของเรา ประชาชนต้องการอำนาจตัดสินใจคืนมา คสช.ต้องออกไปและคืนอำนาจให้ประชาชน!